กกท. ยกระดับการสร้างฐานแฟนคลับที่ยั่งยืนในฟุตบอลลีกอาชีพไทย ด้วยโครงการนำร่องภายใต้คอนเซปต์ ''''ร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อฟุตบอลไทยแข็งแกร่ง มั่นคง'''' เบื้องต้นเฟ้น 10 สโมสรชั้นนำจากยามาฮ่า ลีก วัน และเอไอเอสลีก ประเดิมโครงการ สกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ ยัน แฟนบอลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะชี้ชัดถึงการพัฒนาของฟุตบอลลีก ข้อมูลชัดเจนกระแสบอลลีกไทยทะยานหัวแถวเอเชียในช่วง 3 ปีหลัง
เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ณ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ได้มีการจัดอบรมสัมมนาแนวทางและนโยบายของโครงการสร้างวัฒนธรรมการเชียร์ฟุตบอลอาชีพของไทย ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องที่การกีฬาแห่งประเทศไทยมีความมุ่งหวังให้เกิดวัฒนธรรมการเชียร์ฟุตบอลอย่างมืออาชีพ ภายใต้ชื่อโครงการ "ร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อฟุตบอลไทยแข็งแกร่ง มั่นคง"
โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก สกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ รวมถึง ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการกองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย, พิพัฒน์ วราเมธพิพัฒน์ แกนนำเชียร์กลุ่มอุลตร้า เมืองทอง
ซึ่งถือเป็นต้นแบบการเชียร์ฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง ที่มาร่วมให้ข้อมูลกับตัวแทนทีมบริหารจาก 10 สโมสรในศึกยามาฮ่า ลีก วัน และเอไอเอสลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ที่ได้รับการคัดเลือกจาก กกท. ให้เข้าร่วมในโครงการนำร่อง ประกอบด้วย สุพรรณบุรี เอฟซี, กระบี่ เอฟซี, นครราชสีมา เอฟซี, สงขลา เอฟซี, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ปตท.ระยอง, แพร่ ยูไนเต็ด, ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด, ระนอง เอฟซี และ สมุทรปราการ ยูไนเต็ด ร่วมสัมมนา
สกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพในฐานะประธานในพิธีได้เผยว่า "โครงการนี้จะถือเป็นโครงการนำร่องของการสร้างโมเดลฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง ซึ่งจะต้องมีเรื่องแฟนคลับเป็นองค์ประกอบสำคัญ โมเดลนี้จะเป็นการสร้างวัฒนธรรมการเชียร์ที่ดี
จากกระแสอันร้อนแรงของฟุตบอลลีกไทยเห็นได้ชัดว่าช่วง 3 ปีหลัง ไทยก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียในเรื่องการสร้างกระแสฟุตบอลอาชีพจากเดิมที่ไม่ติดโผเกรด ซี แฟนคลับถือได้ว่ามีส่วนสำคัญกับเรื่องนี้
ดังนั้นการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างฐานแฟนคลับที่มั่นคง ทำอย่างไรให้ฟุตบอลเข้าไปในเส้นเลือดของแฟนคลับ เชียร์แล้วไม่คิดเปลี่ยนใจ เชียร์แล้วรับได้กับผลการแข่งขัน เชียร์อย่างไรให้ยั่งยืนไม่ทิ้งสโมสร หรือที่เรียกกันว่าการสร้างลอยัลตี้หรือความซื่อสัตย์กับสโมสร
เหนือสิ่งอื่นใดปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จคือการสร้างคอมมิวนิตี้ เวสต์ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งจะนำไปสู้โลยัลตี้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นวาระสำคัญของโครงการนำร่องครั้งนี้เลยก็ว่าได้"
ด้าน ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการกองแข่งขันกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทยได้เผยว่า "ครั้งนี้ไม่ใช่ว่ากองเชียร์จะต้องทำหน้าที่เพื่อดำเนินการโครงการนี้เพียงลำพัง ครั้งนี้จะเป็นการประสานมือ 3 ฝ่ายระหว่างสโมสร, แฟนคลับ รวมถึง กกท.ของทั้ง 10 จังหวัด ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปประมวลผลเก็บข้อมูลในระหว่างการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อหาข้อสรุปในโครงการดังกล่าวต่อไป"
สำหรับกำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการของแต่ละสโมสรมีดังนี้ 28-29 ก.ค. 55 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, 4-5 ส.ค. 55 ปตท.ระยอง, 11-12 ส.ค. 55 สงขลา เอฟซี, 18-19 ส.ค. 55 สุพรรณบุรี เอฟซี, 25-26 ส.ค. 55 สมุทรปราการ ยูไนเต็ด, 1-2 ก.ย. 55 กระบี่ เอฟซี, 8-9 ก.ย. 55 ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด, 15-16 ก.ย. 55 ระนอง เอฟซี, 22-23 ก.ย. 55 แพร่ ยูไนเต็ด และ 29-30 ก.ย. 55 นครราชสีมา เอฟซี